กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,590) มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ กับการขับเคลื่อนโครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ
มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ กับการขับเคลื่อนโครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ : 2 ไตรมาสแห่งการสร้างสรรค์ จากวันเพ็ญเดือนสิบสอง ถึงวันเพ็ญเดือนสาม สู่วันเพ็ญเดือนหก
………………………………………….
การพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบ เพื่อการพึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา บนฐานของธรรมะตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน 12 ประการ ของศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2553 โดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ จำนวนมาก มีกิจกรรมสร้างสรรค์ทางสังคมมากมายอาทิ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม การเรียนรู้สัมมาชีพกินทุกอย่างที่ปลูกและปลูกทุกอย่างที่กิน แปรรูปสมุนไพรและผักพื้นบ้าน ค่ายอบรมความรู้สิ่งแวดล้อม สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข ปลอดอบายมุขและการพนัน และกิจกรรมอื่นๆจำนวนมาก โดยใช้สถานที่เช่าซื้อจำนวน 8 ไร่ 2 งาน เป็นสถานที่ดำเนินการนำร่องขั้นทดลอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนกิจวัตร กิจกรรม กิจการ จนเจริญรุดหน้ามาระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นไปตามแผนงานได้ เนื่องจากพื้นที่เป็นที่เช่าซื้อ เพื่อให้เกิดความเสถียรของสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ คณะสงฆ์ คณะกัลยาณมิตร คณะทำงานฯ จึงดำริจะระดมทุนจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม(ส่วนที่เหลือ) จำนวน 6 ไร่ 2 งาน เป็นเงิน 3 ล้าน 2 แสน 5 หมื่นบาท
……………………………………
อนึ่ง การปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์มีการระดมทุนในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ทางสังคมมากมาย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และดำเนินการอย่างมีธรรมาภิบาล จึงได้ดำริจัดตั้ง “มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร” ขึ้น สำหรับเป็นหน่วยงานประสานและระดมทุนสนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจทั้งในและต่างประเทศตามแผนงาน “พระธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” ร่วมกับวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงดำริระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาระหว่างประเทศขึ้น โดยมีเป้าหมายของการระดมทุน ประมาณ 5 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดเริ่มดำเนินการเป็นปฐมฤกษ์ในปี 2566 ในการนี้ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ ได้รับการปวารณาจาก ร้อยตำรวจตรีหญิง ดร.ราริสสา คุณธีรยุทธ สงวนทรัพย์ และครอบครัว จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประธานในการทอดถวายผ้ากฐินในปฐมพรรษากาลอันเป็นปีปฐมฤกษ์เพื่อระดมทุนจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมและเพิ่มทุนในมูลนิธิฯ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป
…………………………………………….
คนบอกว่าท่านจะทำการสิ่งใด “ให้คิดใหญ่ๆๆเข้าไว้” แต่ละครั้งแต่ละคราวงานเราก็ไม่เล็กเลย การคิดใหญ่ไม่ใช่เรื่องยาก การทำใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นเดียวกัน แต่..”มันเหนื่อยแบบสุดๆ” เมื่อมีที่ ก็ต้องมีทีม เมื่อมีทีมก็ต้องมีทุน ที่สำคัญคือ หลักการน้อยๆๆ หลักปฏิบัติเยอะๆ และต้อง ททท. คือ ทำทันที : ภารกิจใหญ่ในทุติยพรรษา(พรรษาที่ 2) : มุ่งยกระดับศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย พื้นที่เราเล็กๆๆ จึงดำเนินการตามหลักจิ๋วแต่แจ๋ว ดำเนินการตามหลักยุทธศาสตร์อาศรมนี้ดีจัง และยุทธศาสตร์สวรรค์บ้านนา เมื่อผู้คนหลงใหลและวุ่นวายกับสังคมยุคใหม่ ภายใต้ความยุ่งเหยิง หลายคนพยายามหลีกเล้นจากสถานการณ์เยี่ยงนี้ จึงดำริสร้างสวรรค์บ้านสวน สวรรค์บ้านนา เป็นการขับเคลื่อนกระบวนทัศน์ที่ให้คนยุคใหม่กลับใจกลับบ้านเกิดตนเอง เพื่อสร้างสรรค์ครอบครัวอบอุ่น เป็นสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็ง สังคมแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน และสังคมแห่งธรรมาธิปไตย
……………………………………….
ใน 2 ไตรมาสแรก จะเป็นไตรมาสแห่งการสร้างสรรค์ (ธันวาคม 2566 - พฤษภาคม 2567) จากวันเพ็ญเดือนสิบสอง (ยี่เป็ง ลอยกระทง) ถึงวันเพ็ญเดือนสาม (มาฆบูชา) สู่วันเพ็ญเดือนหก(วิสาขบูชา) คณะทำงานจักมุ่งสร้างฐานการเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
…………………………………..
(1) “สวนพิพิธภัณฑ์สิกขาลัย” : เป็นเรือนพักรับรองกึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่คุณแม่บัว พงษ์มา อุปถัมภ์การปรับปรุงซ่อมแซม มีห้องพัก ห้องน้ำ ห้องครัว และมุมประดับรูปที่จะประมวลเหตุการณ์สำคัญๆ เพื่อจุดประกายความคิด ความฝันของกัลยาณมิตร เป็นพื้นที่สำหรับรวบรวมผลงาน เกียรติคุณ เกียรติประวัติ เรื่องราวดีๆของคณะกัลยาณมิตร คณะทำงาน สู่สายตาสาธารณชน (2)”สวนมหาวิชชาลัยพุทธาวาส” : เป็นสถานที่ที่พระครูพิศาลธรรมจารี ได้ดำเนินการสร้างเป็นวิหาร ศาลา หอฉัน โรงครัว ลานธรรม ห้องพัก ห้องสมุดหอไตร ห้องน้ำ และสวนหย่อม ภายในสวนนี้มีพรรณไม้นานาพันธุ์ ที่ให้ร่มเงา เป็นสมุนไพรและไม้มงคล ใช้เป็นพื้นที่สำหรับเป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกาผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียร บำเพ็ญกุศล ทำวัตรเช้า-เย็น เจริญสติภาวนาสาธยายพระไตรปิฏก (3) “สวนศาสตร์พระราชา” : เป็นสวนที่มีพื้นที่ขนาด 1 ไร่ เดิมเป็นซุ้มผัก ค้างฟักแฟง แตงน้ำเต้า ชะอม กล้วย และเหล่าผักปรุงรส อาทิ โหระพา แมงรัก กระเพรา ที่ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักและสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นอาหารและยา ตามหลักการกินทุกอย่างที่ปลูกและปลูกทุกอย่างที่กิน เป็นพื้นที่เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา ปลูกกิน เหลือขาย แบ่งปัน และทำบุญ (4) “สวนปัญญาลานโพธิ” : เป็นลานโพธิ์ขนาดกว้าง ขนาด 1 ไร่ โดยรอบเป็นทิวชะอมแคขาว แคแดง ใจกลางลานปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ทางสังคมบนลานกว้าง สำหรับบำเพ็ญภาวนา เวียนปทักษิณ เป็นลานจอดรถ และลานแสดงนาฏศิลป์ นาฏลีลา (5) “สวนสโมสรสังสรรค์” : บนเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ เป็นอาคาร วิหารหอพระ(ปัจจุบันสร้างเป็นอาคารชั่วคราว) อยู่ท่ามกลางป่าสะเดาเยอรมัน ป่ามะพร้าว ป่ากล้วย จะใช้เป็นสถานที่สำหรับประชุมสัมมนาวิชาการ นำเสนอผลงาน จิบน้ำชากาแฟ ห้องอาหาร ห้องสารสนเทศ ห้องสมุด ห้องวิชาการ ห้องประชุม ฯลฯ เพราะเป็นจุดศูนย์กลางพอดี (6) “สวนเวฬุวันวัฒนา” : บนขนาดพื้นที่ 2 ไร่เศษ เป็นป่าไผ่กิมซุง มุ่งให้ร่มรื่น ร่มเย็น และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ที่ปลูกขึ้นตามแนวคิดทางธรรม สื่อถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเรียนรู้และเข้าถึง เป็นพื้นที่สำหรับเจริญสติภาวนา ออกกำลังกาย ฝึกโยคะ เพื่อสงบสติอารมณ์ให้อยู่ในความรื่นรมย์ เป็นพื้นที่แปลงติดกันกับบริเวณสระน้ำ ป่ากล้วย ที่ถึงฤดูน้ำหลาก จะมีน้ำมาก อาจพัฒนาเป็นสวนสระต่อไป (7) “สวนนิทราบริษัท” : ขนาดพื้นที่ราว 4 ไร่ เศษ หมายจะสร้างเป็นเรือนพักรับรอง แบบน๊อคดาว จำนวน 5 หลัง และอาคารที่พักขนาด 5 ห้อง 1 หลัง สำหรับเป็นที่พักของอุบาสกอุบาสิกานักภาวนา และสาธุชนคนใจบุญที่มาร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่สำหรับพำนักพักผ่อน ของกัลยาณมิตรผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ทางสังคมของศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ (8 “สวนสระทัศนา” : เป็นพื้นที่ที่เป็นสระน้ำ ขนาด 1 ไร่ เป็นโซนที่มุ่งสื่อสารถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นพื้นที่สำหรับพิจารณาธรรมะตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน 12 ประการ หลักไตรสิกขา หลักศีลห้า หลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา
…………………………………………..
เสร็จสิ้นภารกิจที่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ธรรมสถาน อาศรมพอเพียงภิรมย์ เตรียมวางแผนพัฒนาภูมิทัศน์ เพื่อบรรลุเป้าประสงฆ์ของโครงการต่อไป
…………………………………….
“การสร้างกระบวนการทางปัญญาพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบ เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา” : สวนผักสร้างสรรค์ พื้นที่สร้างสุข ปลอดอบายมุขและการพนัน ณ ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ ชุมชนบ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ……………………………………….
“สวนผักสร้างสรรค์ พื้นที่สร้างสุข
ปลอดอบายมุขและการพนัน”
……………………………………….
๑) สวนผักเพื่อยกระดับการพึ่งตนเองด้านอาหารและพึ่งตนเองด้านอื่นๆ มุ่งเน้นสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย ยกระดับการพึ่งตนเองด้านอาหารของคนในพื้นที่และการพึ่งตนเองด้านอื่นๆ ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสาร สร้างอาหารปลอดภัย กินทุกอย่างที่ปลูกและปลูกทุกอย่างที่กิน ทำงานด้วยความรื่นรมย์ มีสติ มีเพื่อน มีงาน มีเงิน และมีเงื่อนไข
๒) สวนผักเพื่อการบำบัด ต้องการพัฒนาและสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สวนผักเพื่อการบำบัดเยียวยาทั้งในด้าน ร่างกายและจิตใจ โดยใช้พื้นที่สวนผัก/กิจกรรมการปลูกผักเป็นเครื่องมือ ร่วมกับกระบวนการ/กิจกรรมการบำบัดสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้ติดยาเสพติด ติดการพนัน กลุ่มด้อยโอกาส ถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ผ่อนคลายจากความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาอื่นๆที่ต้องเผชิญ
๓) สวนผักเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน มุ่งเน้นขยายการเรียนรู้ไปยังโรงเรียน สถานศึกษา กลุ่มคนหรือองค์กรทำงานด้านเด็กและเยาวชนที่ต้องการนำเรื่องการปลูกผัก/สวนผักไปเชื่อมโยงกับการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนที่มากไปกว่าการสอนให้เด็กและเยาวชนปลูกผักเป็นหรือการมีอาหาร ปลอดภัย แต่ใช้กิจกรรมของสวนผักเป็นเครื่องมือให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติ ที่มาอาหาร ทักษะการทำเกษตร การเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเองโดยเริ่มจากการปลูกผัก และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนบูรณาการกิจกรรมเข้าไปสู่หลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการนำกระบวนการ/หลักสูตรเหล่านี้ ขยายไปยังโรงเรียน สถานศึกษา หรือองค์กรอื่นๆเพิ่มมากขึ้น
๔) สวนผักเพื่อการสร้างพื้นที่ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ของสังคม เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคน ชุมชน องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจรวมกลุ่มกันปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆที่นอกจาก จะมีผักสำหรับการบริโภคและแบ่งปันแล้ว จะต้องเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำหรับการทำ กิจกรรมสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ หรือวิถีชีวิตทางเลือกอื่นๆของคนเมือง เช่น เป็นพื้นที่ของการพบปะ พูดคุย กิจกรรมสันทนาการสำหรับคนเมือง,เป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยน แบ่งปันผลผลิต ความรู้ เทคนิคต่างๆ หรือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น,พื้นที่การสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะในเมืองเพื่อหมุนเวียนมาใช้ในแปลงผัก,ลดการใช้สิ่งของหรือวิถี ชีวิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซ ลดการบริโภคที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น



