พระธรรมเทศนา "สุวณฺณโชตมหาเถรกถา" งาน 100 ปี ชาตกาล สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ น้อมบูชาธรรมในเจ้าประคุณสมเด็จฯตลอดพรรษากาล 2563
พระธรรมเทศนา สุวณฺณโชตมหาเถรกถา
งาน 100 ปี ชาตกาล สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ น้อมบูชาธรรมในเจ้าประคุณสมเด็จฯตลอดพรรษากาล 2563
นโม ตสฺสภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส // นโม ตสฺสภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส // นโม ตสฺสภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
“จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ ตีติ”
ณ บัดนี้ อาตมภาพจักรับประทานแสดงพระธรรมเทศนา ในสุวรรณโชตมหาเถรกถา พรรณนาถึงเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์(สุวรรณ สุวณฺณโชตมหาเถระ) องค์สถาปนาโครงการพระธรรมจาริก เนื่องในโอกาสครบรอง 100 ปี ชาตกาล เพื่อเป็นเครื่องประคับประคอง ฉลองศรัทธา ประดับปัญญาบารมี เพิ่มพูนกุศลบุญราศีของท่านทานาธิบดีทั้งหลาย ที่ได้พากันมาประชุม ณ ธรรมวิหารแห่งนี้ ตามสมควรแก่เวลาต่อไป
ดังพระคาถาที่ยกขึ้นเป็นนิปเขปบทเบื้องต้น ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” แปลความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น (ศีล) งามในท่ามกลาง (สมาธิ) และงามในที่สุด (ปัญญา) เถิด…ดังนี้เป็นต้น
"เพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติหรือคนไทยในต่างแดน ได้พากันตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ คือ ช่วยทำให้เขาได้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกทางใจ จะได้มีแสงสว่างจากพระธรรม เป็นเครื่องส่องทางชีวิต เป็นการช่วยสร้างและช่วยเพิ่มสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลกด้วย เมื่อมีผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในไตรสรณคมณ์ ตั้งมั่นอยู่ในศีลและการปฏิบัติวิปัสสนา ก็จะเป็นศาสนบุคคลที่ดี เมื่อพวกเขาได้เข้าใจและซาบซึ้งในศาสนธรรมดีแล้ว ด้วยแรงศรัทธาในพระรัตนตรัยที่พวกเขามี พวกเขาจะร่วมมือกันหาทางก่อสร้างวัดไทยขึ้นมาเอง แล้วก็จะทำให้วัดไทยในต่างแดนมีเพิ่มขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัยที่ตั้งอยู่ในดวงใจของพวกเขาโดยแท้"
ด้วยเหตุนี้ จึงได้ปรารภ จัดทำโครงการศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร จากปณิธานธรรมของพระเดชพระคุณพระเทพโกศล เจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารมหลวง ซึ่งเคยเป็นพระธรรมทูต ปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดวชิรธรรมประทีป รัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา พระครูมงคลคุณาทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศร๊โสดา อดีตข้าราชการผู้ใหญ่กองสงเคราะห์ชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ อดีตนักเรียนทุนกรมประชาสงเคราะห์ ที่เดินทางมาศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ดำริจะให้ศึกษาแนวทางการสร้างวัดสาขาในต่างประเทศ เพื่อสานต่อแนวคิดสังฆจาริกและน้อมบูชาธรรมในเจ้าประคุณสมเด็จฯ ในวาระนี้ด้วย และเพื่อสำหรับเป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์ของคณะพระธรรมจาริก สังฆจาริกรุ่นใหม่ในอนาคต อนึ่ง การพรรณนาถึงประวัติศาสตร์การสถาปนาโครงการศูนย์ปฏิบัติธรรมจาริกสังฆวิหาร ดังปรากฎแล้วในกัณฑ์ต้น สังฆจาริกกถา กัณฑ์นี้จักกล่าวถึงประวัติของพระมหาเถระผู้ทรงคุณูปการต่อสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนบนพื้นที่สูงอย่างอเนกประการ
อันว่า สงฆ์เหล่าใด ผู้ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตรอันงดงาม บริสุทธิ์ บริบูรณ์ในพระธรรมวินัย ย่อมดำรงฐานะสังฆบดีคู่แผ่นดิน แห่งพระมหาธรรมราชาผู้ประเสริฐ และย่อมดำรงฐานะเนื้อนาบุญอันเลิศของเหล่าพุทธศาสนิกชน คุณสมบัติอันน่าสรรเสริญเหล่านี้ ประชุมรวมอยู่ในพระมหาเถระผู้เป็นปฐมสมเด็จแดนล้านนา มงคลนามว่า สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) เปรียญธรรม 7 ประโยค
ชาติภูมิ นามเดิม สุวรรณ เขื่อนเพชร มารดา นางขันแก้ว เวียงมูล บิดา นายจี๋ วงศ์เรืองศรี เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ. ศ. 2463 ที่บ้านนางแล ตำบลนางแล จังหวัดเชียงราย พ. ศ. 2477 ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนางแล โดยมีพระครูสุตาลังการ วัดกลางเวียง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วเดินทางเข้ามาอยู่วัดเบญจมบพิตร ในปี พ. ศ. 2479
พ. ศ. 2483 อุปสมบท ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม มีพระพรหมมุนี ( สมเด็จพระสังฆราช กิตฺติโสภโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสรภาณกวี ( คอน นนฺทิโย ต่อมาเป็นพระมงคลวัตรกวี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระราชเทวี ( ดอกไม้ อุตฺอุตภทฺโท) วัดเบญจมบพิตร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เมื่อุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมต่อมา จนสอบไล่ได้เป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค ในปี 2490 ต่อมาปี พ. ศ 2493 โปรดแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะที่ พระกิตติวงศ์เวที และได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นลำดับ จนถึงสมณศักดิ์สุดท้ายที่ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ในปี พ. ศ. 2532
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้รับเลือกให้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ เมื่อปี พ. ศ. 2506 นับเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ต่อจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก กิตติโสภโณมหาเถระ ( ปลด กิตฺติโสภโณ เปรียญธรรม 9 ประโยค )
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ( สุวรรณ สุวณฺณโชโต) เป็นพระมหาเถระรูปแรกของถิ่นล้านนา ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ พระผู้อุทิศแรงกายแรงใจทำหน้าที่เสาหลักแห่งสังฆมณฑลอย่างสุดความสามารถ ผลงานการเผยแผ่ธรรมของท่าน มีชื่อเสียงขจรขจายไปไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อุดรมหาคณปธานาดิศร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ดำรงหน้าที่แห่งเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ผู้ให้การปกครองดูแลพระภิกษุสงฆ์ในภาคเหนือทั้งหมด 16 จังหวัด เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค และเป็นแม่กองบาลีสนามหลวง ผู้ให้การส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรม แผนกบาลีอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญ ในการรักษาพระธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถูกต้องและสืบทอดยาวนาน
งานพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นปูชนียภิกขุผู้ให้การสงเคราะห์แก่หมู่สงฆ์และชนทั้งผองด้วยเมตตาธรรม โดยเฉพาะกลุ่มชนชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามป่าลึกในท้องถิ่นทุรกันดาร ตามชายแดนภาคเหนือ และภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 500 , 000 คน ท่านเปรียบเสมือนเทียนเล่มแรกที่เปล่งแสงสว่าง ท่ามกลางความมืดมิดในจิตใจของชาวเขาเหล่านี้
จนบัดนี้ได้เกิดผลดี มีชาวเขาประกาศตนเป็นพุทธมามกะจำนวนมาก ในทุกชุมชนที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ย่างเหยียบไปถึง ได้นำพาความร่มเย็นไปสู่ดินแดนแห่งนั้น บิดามารดาต่างพาบุตรหลานเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุสามเณร จนถึงปัจจุบันมีชาวเขาเข้ามาบรรพชาอุปสมบท จำนวน 30 , 000 คน
ผลงานด้านพัฒนาของท่านปรากฏมาจนทุกวันนี้ คือเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานพระธรรมจาริก ส่งภิกษุสามเณรไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชาวเขา ตั้งแต่ ปี 2528 เป็นต้นมา จนบัดนี้ งานพระธรรมจาริกเป็นหลักฐานมั่นคง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ชุมชนไทยภูเขา
พระอุปัชฌาย์ของเหล่าธรรมจาริก พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์หินอ่อนที่งดงามที่สุดในประเทศไทย ในขณะเดียวกันถือว่าเป็นพระอุโบสถที่มีกุลบุตรเข้ามาบรรพชาอุปสมบทมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จึงเป็นพระอุปัชฌาย์ที่มีสัทธิวิหาริกมากที่สุดในประเทศไทย แม้กระทั่งทั่วโลก
ท่านเป็นเล็งเห็นการณ์ไกลในการที่จะพัฒนาเยาวชนผู้ที่จะเป็นอนาคตอันสำคัญของชาติ ปรารถนาจะให้บัณฑิตที่เรียนจบออกไป เป็นผู้มี “ ความรู้คู่คุณธรรม” ดังนั้น ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงให้การอุปถัมภ์ และสนับสนุนโครงการบรรพชาอุปสมบมหมู่ชาวเขา ส่งเสริมการศึกษา อนามัย การแพทย์ เป็นเวลาถึง 30 ปี ทำให้มีคนดีเกิดขึ้นในสังคมมากมาย เมล็ดพันธุ์แห่งคุณธรรม ได้ถูกหว่านลงในดวงใจของพวกเขา เพื่อจะเติบโตไปเป็นความหวังใหม่ของคนไทยทั้งชาติต่อไป
ในด้านการต่างประเทศ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศถึง 22 ครั้งสนับสนุนให้พระภิกษุในปกครองได้มีการศึกษาในระดับสูงถึงปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกจำนวนมาก ทั้งยังส่งไปเป็นพระธรรมทูตในต่างประเทศ และที่สำคัญได้เป็นประธานอุปถัมภ์สร้างวัดพุทธรังสี ที่รัฐไมอามี่ สหรัฐอเมริกา และเป็นประธานอุปถัมภ์สร้างวัดศรีนครินทราบรมราชชนนี ประเทศสวิตเซอร์แลน
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ( สุวรรณ สุวณฺณโชโต ป. ธ. 7) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2537 รวมชนมายุได้ 74 ปี ปฏิปทาของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ดังที่ได้พรรณนามานี้ยังเป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ท่านฝากไว้ให้กับสังคมไทย ด้วยความซาบซึ้งในคุณูปการอันประเสริฐ เหล่าศิษยานุศิษย์
ในโอกาสที่ครบ 100 ปี ชาตกาล วันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2563 นี้ คณะทำงานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส พร้อมด้วยกลุ่มโพธิศาสตร์สโมสร คณะอุบาสกอุบาสิกา ดำริจัดงานบำเพ็ญกุศลทักษิณาอุทิศถวายเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ ที่เจ้าประคุณสมเด็จมีต่อปวงชนบนพื้นที่สูง โดยกำหนดจักงาน 2 วัน วันที่ 4 เป็นงานถวายทักษิณานุประทาน แสดงพระธรรมเทศนา และถวายผ้าป่าออนไลน์ วันที่ 5 มิถุนายน 2563 เป็นงานสัมมนาเหลี่ยวหลังแลหน้า จากรากหญ้าสู่รากแก้ว โดยท่านเจ้าคุณพระวิมลมุนี เป็นประธานเปิดงานออนไลน์ และภาคค่ำกิจกรรมทำวัตร สวดมนต์ เจริญสติภาวนา สาธยายพระไตรปิฎก ถวายเป็นอาจาริยบูชา แด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ผู้ควรแก่การอภิวาทยิ่งด้วยเศียรเกล้า การอันเป็นศุภมงคลนี้ คณะศิษยานุศิษย์ในต่างประเทศ ขอน้อมจัดทำโครงการศูนฺย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร ลอสแอนเจลิส สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ร่วมสถาปนาสังฆวิหาร ที่เมือง North Hollywood รัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา น้อมถวายเป็นอาจาริยบูชาตลอดพรรษากาล 2563 นี้
ในช่วงระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา แต่มีกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย นับเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมอนุโมทนายิ่ง ขออนุโมทนากับคณะทำงานที่ไม่หยุดหย่อน คิดสร้างกิจกรรมตลอดเวลา ขออนุโมทนาทานบดีเจ้าภาพที่ร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งกัลยาณมิตร บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ ร่วมกันสร้างสรรค์สังฆเพื่อสร้างสรรค์สังคม ร่วมบริจาคทรัพย์ ร่วมกิจกรรม ร่วมคิด ร่วมประสานงาน ร่วมประชุม จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวาระอันเป็นงานฉลอง ครบรอบ 100 ปี ชาตกาล สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ปี 2563 นี้ จะได้ขับเคลื่อนงานพระธรรมจาริกบูรณาการกับงานวิชาการลอสแองเจลิสไปอย่างยิ่งใหญ่เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และบูชาธรรมในพระเดชพระคุณ สมตามนามศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร อันจักเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสร้างสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็ง สังคมแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน และสังคมแห่งประชาธิปไตย บนพื้นฐานของธรรมะโดยสมบูรณ์สืบไป สมดังพระคาถาที่ยกเป็นนิปเขปบทเบื้องต้น ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” แปลความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น (ศีล) งามในท่ามกลาง (สมาธิ) และงามในที่สุด (ปัญญา) เถิด…ดังนี้เป็นต้น
เทศนาปริโยสาเน ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนานี้ อาตมภาพขออ้างเอาคุณพระศรีรัตนตรัยและด้วยอำนาจบุญกุศลคุณงามความดีที่คุณโยมทั้งหลายได้สมานฉันท์ร่วมกันบำเพ็ญให้เป็นไปตั้งแต่ต้น ขอจงมารวมกันเป็นตบะ เป็นพลวปัจจัย ช่วยปกป้องคุ้มครองญาติโยมทุกคนสาธุชนทุกท่าน ให้ปราศจากความเจ็บไข้ได้ป่วย มีสุขภาพพลามัยสมบูรณ์ จงเจริญด้วยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งอันพึงปรารถนาจงทุกประการ รับประทานวิสัชนาพระธรรมเทศนา ในสุวณฺณโชตกถา ก็สมสมัยได้เวลา ขอสมมติยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้
เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ
















































