งานวันอาสฬหบูชา คณะสงฆ์ พร้อมด้วยกลุ่มผ้าไทย ใครว่าเชย กลุ่มโพธิศาสตร์สโมสร ร่วมบำเพ็ญกุศลทำวัตรเย็น เจริญสติภาวนา สาธยายพระไตรปิฏก และเวียนปทักษิณ เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชา ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร
คณะสงฆ์ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร เมือง North Hollywood California พร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา กลุ่มผ้าไทย ใครว่าเชย กลุ่มโพธิศาสตร์สโมสร ร่วมบำเพ็ญกุศลทำวัตรเย็น เจริญสติภาวนา สาธยายพระไตรปิฏก และเวียนปทักษิณ เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ปี 2563
พระธรรมเทศนา เรื่อง อาสาฬหปูชากถา
โดย พระครูพิศาลธรรมจารี, ดร. ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓
ณ บัดนี้ อาตมาภาพ จักได้แสดงพระธรรมเทศนา ในอาสาฬหปูชากถา ว่าด้วยเรื่อง วันอาสาฬหบูชา วันกำเนิดพระรัตนตรัย และความหมายของการนับถือพระรัตนตรัย แก่ท่านสาธุชนทั้งหลาย ผู้มาประชุมกัน ณ ธรรมจาริกสังฆวิหารแห่งนี้ เพื่อประกอบพิธีบูชาเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันอาสาฬหบูชา ประจำปี ๒๕๖๓ นี้ พอสมควรแก่เวลา
ท่านสาธุชนทั้งหลาย ในวันนี้ เป็นวันที่ทราบกันดีว่า เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชา ซึ่งท่านสาธุชนก็ได้มาประชุมกัน ณ สังฆวิหาร แห่งนี้ เพื่อจะประกอบพิธีการบูชาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติมาในทุกๆ ปี
สำหรับวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่สำคัญในพระพุทธศาสนา และอาจจะถือว่า เป็นวันที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เพราะถ้าหากไม่มีวันอาสาฬหบูชา หรือไม่มีเหตุการณ์ที่กลายมาเป็นวันอาสาฬหบูชาแล้ว พระพุทธศาสนาที่เรานับถืออยู่นี้ ก็คงจะไม่มีอยู่ในโลก เพราะเหตุว่า วันนี้เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากที่ได้ตรัสรู้แล้ว ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ คือที่มาเป็นวันวิสาขบูชานั้น เมื่อล่วงมาอีก ๒ เดือน คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ก็เป็นวันที่ พระองค์ได้เสด็จมาแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ คือ โกณทัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน โดยแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกสุดนับแต่ตรัสรู้ เรียกว่า ธรรมจักร หรือ ธัมมจักกัปปวตนสูตร คือพระสูตรว่าด้วยการหมุนกงล้อแห่งพระธรรม ในเนื้อหาพระธรรมเทศนา ตรัสถึงการที่บุคคล พึงงดเว้นสิ่งสุดโต่งสองด้าน คือ การทรมานร่างกายอย่างหนึ่ง และการบำรุงบำเรอตนเองอย่างสบายจนเกินไปอย่างหนึ่ง แล้วตรัสแสดงเรื่องทางสายกลาง คือ การมุ่งไปในหนทางที่ถูกต้อง ในมรรคมีองค์๘อันประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิเป็นเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติ ได้มีปัญญาที่จะรู้แจ้ง สามารถกำจัดเหตุแห่งทุกข์ได้ และทรงแสดงอริยสัจ ๔ คือ ความทุกข์ เหตุเกิดของทุกข์ ความไม่เกิดทุกข์อีก และหนทางไปสู่ความดับทุกข์ ในตอนท้ายพระธรรมเทศนา พระโกณทัญญะซึ่งเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้เข้าใจแจ่มแจ้งในพระธรรม เรียกว่าได้ธรรมจักษุ บรรลุเป็นพระโสดาบัน และได้ทูลขอบวชในพระพุทธศาสนา เป็นพระอริยบุคคลองค์แรก และพระภิกษุองค์แรกในพระพุทธศาสนา
ดังนั้น จึงถือกันว่าวันอาสาฬหบูชานั้น เป็นวันพระสงฆ์ เพราะมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เราอาจจะถือว่าเป็นวันพระธรรมด้วยก็ได้ เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมครั้งแรก และโดยสรุปแล้ว ก็คือเป็นวันแห่งพระรัตนตรัย คือพระรัตนตรัยครบสมบูรณ์
เมื่อกล่าวถึงความหมายของวันอาสาฬหบูชา ว่าเป็นวันแห่งพระรัตนตรัย ก็มีเรื่องที่ควรทราบว่า พระรัตนตรัยคืออะไร พระรัตนตรัยที่เราถือว่าเป็นสิ่งที่พึ่งที่ระลึก ที่เรากล่าวกันว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สังฆัง สรณัง คัจฉามินั้น คืออะไร แล้วทำไมเราจึงต้องนับถือพระรัตนตรัย
พระรัตนตรัยนั้น ก็คือสิ่งที่จะทำให้เรา มีกำลังใจที่จะปฏิบัติคุณงามความดีให้เกิดขึ้นแก่ตัวเราเอง โดยสรุป พระพุทธ ในคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ คือองค์พระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสรู้แล้ว แสดงธรรมสั่งสอนแก่สรรพสัตว์ แก่ประชาชนทั้งหลาย พระธรรม หรือที่กล่าวว่า ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ก็คือตัวความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ และนำมาสอนแสดง กล่าวโดยสรุปคือตัวพระธรรมคำสอน ข้อปฏิบัติที่ดีงาม ข้อปฏิบัติให้ละชั่ว ทำดี โดยประการต่างๆ พระสงฆ์ ก็คือหมู่ชนที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วได้รับผลคือการรู้แจ้งเห็นจริง หรือรู้ตามพระองค์ และได้นำพระธรรมคำสอน มาแสดงแก่ประชาชน รวมถึงได้นำสืบทอดคำสอน นับหลังจากการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก็มีพระสงฆ์บูรพาจารย์ในอดีต ได้นำสืบคำสอนพระพุทธศาสนา มาจนถึงปัจจุบัน
ที่ว่าเรานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกนั้นก็คือ เรานับถือในฐานะที่ท่านเหล่านั้น หรือสิ่งนั้น เป็นสัญลักษณ์ หรือเป้าหมาย หรือกำลังใจในการพัฒนาตัวเรา เราเห็นพระพุทธเจ้า ที่ทรงเป็นต้นแบบในการบรรลุธรรม ก็เชื่อมั่นว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์ เราก็เป็นมนุษย์ เราก็สามารถพัฒนาขัดเกลาตนเองไปจนถึงที่สุดหลุดพ้นได้เช่นเดียวกัน พระธรรมคำสอนก็เป็นแนวทางปฏิบัติให้เราได้พัฒนาตนเอง ส่วนพระสงฆ์ ก็เป็นพยานยืนยันว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นได้ผลจริงๆ เราไม่ได้เกิดมาทันเห็นพระพุทธเจ้า แต่เรามีพระสงฆ์ที่รักษาสืบทอดคำสอนของพระองค์ไว้มาถึงพวกเรา เราจึงเคารพนับถือในฐานะที่ท่านเป็นแบบอย่าง หรือพยานแห่งธรรมะที่เป็นของดีจริง ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ และตนเองก็จะสามารถพัฒนาได้เช่นนั้นบ้าง
แต่ในปัจจุบันนี้มีเรื่องที่น่าเป็นห่วง อย่างที่ท่านสาธุชนทั้งหลาย หลายๆ ท่านคงได้ทราบข่าวเรื่องที่ไม่ดีไม่งาม หรือเรื่องที่เราอาจคิดว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียในวงการทางพระพุทธศาสนา เรื่องครูบาอาจารย์ท่านนั้นลาสิกขาไป พระรูปนั้นมีปรากฏว่ามีเรื่องไม่ดีไม่งาม จะต้องมาพิสูจน์มาสอบสวนอะไรต่างๆ กันนี้ ก็ทำให้หลายๆ ท่านอาจคิดว่า พระพุทธศาสนานี้ดีจริงหรือ ทำไมจึงมีข่าวอะไรทำนองนี้ออกมาในแต่ละปีๆ อยู่มากมาย
เรื่องนี้อาตมภาพอยากให้ข้อสังเกตสักเล็กน้อยว่า ในการที่เราได้พบเห็นพระภิกษุสงฆ์ในปัจจุบันนี้ ขอให้เข้าใจว่า พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปที่บวชเข้ามานั้น ท่านเข้ามาในฐานะผู้ฝึกฝนตนเอง ต้องการจะมีวิถีชีวิตที่ต่างออกไปจากชาวบ้าน และเข้ามาศึกษาพระธรรมคำสอนอขงพระพุทธเจ้า เพื่อนำไปแสดงแก่ประชาชน และพัฒนาตนเองตามหลักไตรสิกขาไปด้วยพร้อมๆ กัน
ดังนั้น ไม่พึงเข้าใจว่า ผ้ากาสาวพัสตร์หรือผ้าเหลืองนั้นเป็นผ้าวิเศษ ที่ผู้ใดห่มแล้วจะกลายเป็นพระอรหันต์บริสุทธิ์หมดสิ้นกิเลสไปทันที ตัดกิเลสได้ไวเหมือนเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วก็หาไม่ ท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนชาวบ้านนี่เอง เพียงแต่มีระเบียบวินัยที่ต่างจากชาวบ้าน และเข้ามาฝึกฝนตนเองตั้งแต่หนึ่ง ดังนั้น เมื่อมีพระบางรูปท่านจะต้องลาสิกขาไป หรือมีเหตุไม่ดีไม่งาม ก็ให้เข้าใจว่า นั่นเป็นเพียงบุคคลคนหนึ่งที่เข้ามาฝึกแล้วไม่สำเร็จ เหมือนกับนักมวยที่เข้ามาสู่ค่ายมวย ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องชิงแชมป์โลกได้ทุกคน เช่นเดียวกัน พระทุกรูปที่บวชเข้ามาก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสู้ ชกชิงแชมป์กับกิเลสตัณหาจนชนะขาดไปได้ทุกรูปทุกองค์
ดังนั้นเมื่อเราเห็นพระภิกษุบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา ขอให้พิจารณาว่า ท่านเป็นผู้ฝึกฝนตนเอง อยู่ในฐานะของผู้ฝึกหัดขัดเกลาพัฒนาเพื่อจะเป็นเหมือนอย่างพระสาวกที่ได้หลุดพ้นไปแล้วหรือเป็นเช่นพระพุทธเจ้า กล่าวได้ว่าท่านเหล่านั้นมีปณิธานที่แน่วแน่มาแต่เดิม แต่หากว่าท่านพลาดในจุดใดจุดหนึ่ง ก็เป็นเรื่องของส่วนตัวของท่านเองเท่านั้น ไม่ใช่พระพุทธศาสนา อุปมาเหมือนกับบุคคลผู้มีร่างกายสกปรกมา เห็นบ่อน้ำสะอาด ก็ได้ลงไปชำระร่างกาย แต่เมื่อพ้นบ่อน้ำมาแล้วก็ลงไปคลุกกับสิ่งของปฏิกูลอีก ก็ไม่ได้เป็นความผิดของบ่อน้ำนั้นที่ทำให้เขาสะอาดไม่ได้ตลอดเวลา บ่อน้ำเพียงแต่ให้โอกาสในการชำระร่างกายในช่วงแรก ต่อจากนั้นเขาก็ต้องรักษาความสะอาดของร่างกายตนเอง
ในส่วนของญาติโยม ก็ขอให้พิจารณาว่า แท้จริงการที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนาที่เป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม เราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียใจ หรือรู้สึกผิดหวัง แท้จริงแล้วควรคิดในมุมกลับว่า การที่มีข่าวไม่ดีไม่งาม เป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนาว่า พระพุทธศาสนานี้ คัดกรองบุคคลได้ดีแล้ว บุคคลที่ประพฤติไม่ดีไม่งามย่อมอยู่ในศาสนาได้ไม่นาน ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงความอัศจรรย์ของพระพุทธศาสนาไว้ ๘ ประการ เทียบกับมหาสมุทร มีข้อหนึ่งว่า “มหาสมุทรมีความอัศจรรย์ว่า ซากศพที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร ย่อมลอยอยู่ไม่นาน จะต้องถูกซัดขึ้นฝั่ง เปรียบเหมือนบุคคลที่ประพฤติไม่ดีในศาสนา ก็จะอยู่ได้ไม่นาน จะต้องออกไปจากพระศาสนาที่บริสุทธิ์งดงามนี้”
ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าเรามองเรื่องพระสงฆ์ที่เรานับถือท่านลาสิกขาออกไป อาจรู้สึกผิดหวัง แต่เราก็มองได้ว่า แม้ท่านจะสึกไปก็ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธศาสนาจะไปกับท่านด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา การปฏิบัติธรรมยังมีอยู่ในพระพุทธศาสนา ท่านเพียงไปแต่ตัวของท่านเอง แต่พระพุทธศาสนายังคงอยู่ ให้เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าต่อไป
ดังนั้น ในการที่ท่านสาธุชนทั้งหลาย ได้มาพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่อที่จะร่วมกันบำเพ็ญบุญกุศล รำลึกถึงวันอาสาฬหบูชา ว่า เป็นวันที่กำเนิดพระรัตนตรัย และเป็นวันที่เกิดขึ้นแห่งพระสงฆ์องค์แรก และเป็นวันที่พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นในโลก จนถึงวันนี้ครบ ๒,๕๖๓ ปีนี้แล้ว ก็ให้พิจารณาว่า แท้จริงแล้วการที่เรานับถือพระพุทธศาสนา ก็เพราะเห็นว่าพระรัตนตรัยนั้นเป็นของดีจริง บริสุทธิ์จริง คำสอนของพระพุทธเจ้าทำให้เราดับทุกข์ได้จริง พระสงฆ์ที่ดีงามที่ยังคงอยู่เป็นพยานยืนยันพระธรรมก็มีอยู่จริง เราจึงควรนับถือพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่งที่ระลึกจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จนกว่าจะถึงซึ่งฟากฝั่งแห่งการเวียนว่ายตายเกิด บรรลุมรรคผลนิพพาน ในกาลเบื้องหน้าต่อไป ดังได้กล่าวมา เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา
เทศนาปริโยสาเน ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนานี้ อาตมภาพขออ้างเอาคุณพระศรีรัตนตรัยและด้วยอำนาจบุญกุศลคุณงามความดีที่คุณโยมทั้งหลายได้สมานฉันท์ร่วมกันบำเพ็ญให้เป็นไปตั้งแต่ต้น ขอจงมารวมกันเป็นตบะ เป็นพลวปัจจัย ช่วยปกป้องคุ้มครองญาติโยมทุกคนสาธุชนทุกท่าน ให้ปราศจากความเจ็บไข้ได้ป่วย มีสุขภาพพลามัยสมบูรณ์ จงเจริญด้วยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งอันพึงปรารถนาจงทุกประการ รับประทานวิสัชนาพระธรรมเทศนา ในอาสาฬหปูชกถาก็สมสมัยได้เวลา ขอสมมติยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้
เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

















