กิจกรรม : วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ทำวัตร สามีจิกรรม เทศกาลเข้าพรรษา : พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมคุณ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 หลังฉันภัตตาหารเพล พิธีทำวัตร สามีจิกรรม “เถเร ปมาเทนะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต โดย พระครูพิศาลธรรมจารี ประธานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส หัวหน้าคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติธรรมจาริกสังฆวิหาร พระครูวินัยธรบุณยกร พร้อมด้วยคณะอุบาสิกา คณะทำงานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร เดินทางไปกราบวัตร(สามีจิกรรม) เทศกาลเข้าพรรษา : พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมคุณ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เจ้าคณะรัฐภาคใต้ เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส เมืองรีเวอร์ไซต์ โอกาสนี้ ได้ถวายเทียนพรรษา ถวายกัณฑ์เทศน์ ร่วมฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เจริญพระพุทธมนต์ สวดธรรมจักรกัปปวัตนสูตร แผ่เมตตา กรวดน้ำรับพร
ทำวัตร (สามีจิกรรม)
.....แปลว่า การกระทำที่ชอบ การกระทำที่สมควร การกระทำที่ถูกต้อง
.....สามีจิกรรม หมายถึงการแสดงความเคารพ, การแสดงอัธยาศัยไมตรี, การแสดงน้ำใจที่ดีตามธรรมเนียมของพระสงฆ์ในระหว่างพระผู้น้อยกับพระผู้ใหญ่ เช่น ระหว่างพระอุปัชฌาย์กับสัทธิวิหาริก หรือระหว่างผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้ปกครอง ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ชอบ ถูกต้องตามพระธรรมวินัย
.
.....สามีจิกรรม เช่น การนำธูปเทียนแพไปทำวัตรพระผู้ใหญ่ การทำกิจที่สมควรอื่น ๆ เป็นต้นว่า ต้อนรับ รับย่าม นำทาง หาน้ำให้ พัดวีให้ ให้อาสนะ กราบไหว้ เป็นต้น (จากหนังสือคำวัด)
..
ทำวัตร
.....หมายถึงกิจที่พึงทำตามหน้าที่ หรือตามธรรมเนียม เป็นคำย่อมาจากคำว่า ทำกิจวัตรประจำ อันเป็นธรรมเนียมปกติ
.
.....ทำวัตร อีกความหมายหนึ่งคือการที่ภิกษุสามเณรนำธูปเทียนแพไปสักการพระเถระผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในโอกาสต่างๆเช่น เพื่อขอลาสิกขา เพื่อขอลาไปอยู่ที่อื่น เพื่อขอขมาในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อรายงานตัว การทำวัตรผู้ใหญ่แบบนี้ถือเป็นธรรมเนียมของพระสงฆ์ (จากหนังสือคำวัด พระธรรมกิตติวงศ์)
..................
.....ดังนั้น การทำสามีจิกรรม หรือทำวัตร จึงเป็นทั้งการปฏิบัติตามพระวินัยหมวดว่าด้วยข้อวัตร คืออาจริยวัตร อุปัชฌายวัตร อันเตวาสิกวัตร และสัทธิวิหาริกวัตร และเป็นการปฏิบัติธรรม
.
.....คือจัดเป็น “คารวธรรม” อันหมายถึงความเคารพ, การถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะพึงใส่ใจและปฏิบัติด้วยความเอื้อเฟื้อ หรือโดยความหนักแน่นจริงจัง, การมองเห็นคุณค่าและความสำคัญแล้วปฏิบัติต่อบุคคลหรือสิ่งนั้นโดยถูกต้องด้วยความจริงใจมีอยู่ทั้งหมด ๖ ประการ
.
.....จัดเป็นการ “สักการะบุคคลที่ควรสักการะ” เพราะเป็นผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบทั้งโดยส่วนตนและต่อผู้อื่น
.
.....จัดเป็น “การบูชาบุคคลที่ควรบูชา” ด้วยทั้งอามิส คือวัตถุ สิ่งของ และปฏิบัติตามคำสอน
.
.....จัดเป็น “อปจายนธรรม” ธรรมคือความนอบน้อม ความอ่อนน้อมถ่อมตนมีสัมมาคารวะต่อบุคคลผู้เจริญโดยชาติวุฒิ คุณวุฒิ วัยวุฒิ ผู้ทรงความรู้และคุณธรรม ศีลธรรม
.
.....จัดเป็นนิวาตธรรม คือเป็นความประพฤติถ่อมตน เป็นความสุภาพแห่งกิริยา เป็นอาจาระควรชื่นชม
.
.......... “ถ่อมตน” แสดงกิริยาทางกายอ่อนน้อม วาจาไพเราะ สุขุม พูดถ้อยคำเป็นที่รักน่าจับใจ และมีใจน้อมรำลึกในคุณความดีท่าน บุคคลผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้ถ่อมตน จะสามารถกำจัดมานะ ความถือตัว กำจัดความกระด้างได้
.
..........อันเป็นการ “ลดตน” คือไม่ทะนงด้วยความรู้ การศึกษาเป็นต้น ลดตนลงกราบกราบไหว้ ก้มหัว อันแสดงถึงความเป็นผู้ “ไม่ถือตน” โดยปราศจากความเย่อหยิ่งผยอง ความจองหองพองขน
.
..........ในมงคลัตถทีปนี ท่านอธิบายว่า ความเป็นผู้มีใจลดต่ำ ความเป็นผู้มีความประพฤติไม่ลำพอง ชื่อว่าความถ่อมตน
.
..........การลดตนลงนั้นท่านให้นึกเปรียบตน หรือทำตัวเป็นเสมือนผ้าเช็ดเท้า เสมอด้วยโคอุสุภะเขาขาด และเสมอด้วยงูที่ถูกถอนเขี้ยวแล้ว ถ้าทำได้เช่นนี้ ย่อมเป็นผู้ละเอียดอ่อนละมุนละไม ผ่องแผ้วด้วยสุข
.
..........“ถอดตน” ไม่ว่าจะมียศตำแหน่ง ฐานะ การงาน การเงินอย่างไร ก็ไม่ถือเป็นสำคัญกว่าการปฏิบัติธรรมข้อนี้ เป็นการ “ไม่ยกตนขึ้นไปเทียมท่าน”
.
..........“วางตน” ในฐานะที่เป็นศิษย์ เป็นสัทธิวิหาริก เป็นอันเตวาสิก เป็นผู้ใต้ปกครองได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
.
..........อันจะเป็นมงคลแห่งชีวิต เป็นเหตุให้ได้คุณมียศเป็นต้น ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า “ผู้มีความถ่อมตน ไม่กระด้างย่อมได้ยศ”
.
.....ดังนั้นการทำสามีจิกรรม หรือทำวัตร จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสงฆ์ที่งดงามประการหนึ่ง เป็นแบบแผน แบบอย่างที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ควรที่สาธุชนอุบาสก อุบาสิกา จะได้นำปฏิบัติตามอย่างนี้ เพื่อให้เกิดความสงบสุขในครอบครัวและสังคม รวมถึงจะกลายเป็นวัฒนธรรมอันดีงามสืบต่อไป
.
.....ในมงคลัตถทีปนี ท่านแสดงอานิสงส์แห่งการสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ไว้ว่า “เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเขาย่อมเข้าลงสุคติ โลกสวรรค์ ถ้าเขาไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ หากเขามาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเป็นผู้มีตระกุลสูงในประเทศที่กลับมาเกิด” ฯ
........
“ความถ่อมตนเป็นกิริยาของวิธูรบัณฑิต
เป็นคุณสมบัติของพระเวสสันดรเป็นต้น”
จ.เขมจิตต์


















