พระธรรมเทศนาหัวข้อเรื่อง กึ่งทศวรรษวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร และวันคล้ายวันเกิดของท่านชายวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ โดย พระมหาดุสิต ญาณภูสิโต ปธ.๙ วัดไทยลอสแองเจลิส

  • 5 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

พระธรรมเทศนาหัวข้อเรื่อง กึ่งทศวรรษวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร และวันคล้ายวันเกิดของท่านชายวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ โดย พระมหาดุสิต ญาณภูสิโต ปธ.๙ วัดไทยลอสแองเจลิส 

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส, ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, นโม ตสฺส ภควโต, อรหโต สมฺมา, สมฺพุทฺธสฺส. ว่า ๓ จบ

    พฺรหฺมจริยญฺจ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมนฺติ ฯ

 บัดนี้ จักแสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาศาสนธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นเครื่องประดับ สติปัญญา เพิ่มพูนกำลังศรัทธาปสาทะ ความเลื่อมใส สัมมาปฏิบัติ เสริมสร้างปัญญาบารมี เพื่อความเป็นพหูสูตรผู้ฟังมากแก่ท่านสาธุชนคนดีทั้งหลาย ซึ่งกำลังน้อมรับฟังพระธรรมเทศนา ณ กาลบัดนี้ พอสมควรแก่เวลา ด้วยนิกเขปบทยกขึ้นเบื้องต้นมีใจความว่า พฺรหฺมจริยญฺจ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ แปลว่า การประพฤติพรหมจรรย์ จัดว่าเป็นมงคลอย่างสูงสุด

 หัวข้อธรรมนำขึ้นแสดงพรรณนาสาธยายในโอกาสนี้ สืบเนื่องในโอกาสที่วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร จัดสมโภชครบรอบ กึ่งทศวรรษห้าปี “ธรรมจาริกสังฆวิหาร” โดยสืบทราบจากเอกสารประกาศข้อมูลต่างๆ นั้น มูลนิธิธรรมจาริก ลอสแองเจลิส โดย รศ. ดร. พระครูพิศาลธรรมจารี พร้อมคณะอุบาสกอุบาสิกา เริ่มสืบสานทำงานเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดินทางมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นปีที่ห้า ได้ดำเนินการตามปณิธานและวิสัยทัศน์ว่า “สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย” ซึ่งเปิดโอกาสสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ทุกหมู่เหล่าของชุมชน เพื่อความเป็นสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็ง และสังคมแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน เมื่อพิจารณาตามปณิธานและวิสัยทัศน์นี้แล้วก็จะตรงตามพุทธโอวาทที่พระพุทธองค์ประทานให้แก่พระธรรมทูตพุทธบริษัทว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น (คือศีล) งามในท่ามกลาง (คือสมาธิ) และงามในที่สุด (คือปัญญา) เถิด…

 ดังนั้น ด้วยปณิธานและวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ชัดเจนนี้ จึงทำให้เห็นประจักษ์จนถึงปัจจุบันนี้ มูลนิธิธรรมจาริก ลอสแองเจลิส มีคณะศรัทธาสาธุชนให้การสนับสนุนส่งเสริมอุปถัมภ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนครบปีที่ ๕ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคณะมูลนิธิธรรมจาริก ได้รับศรัทธาจากสาธุชนเพิ่มยิ่งขึ้น จึงได้ขยับขยายพื้นที่เพื่อเป็นปึกแผ่น ปักธงชัยแห่งพระธรรมจักรประกาศสถานที่แห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนาสร้างเป็นวัดขึ้นมา ในนามว่า “วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร” ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติให้ผู้เป็นต้นศรัทธา คือ คุณแม่สุชาดา ปทะวานิช ประธานอุปถัมภ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ผู้ริเริ่มปลูกหน่อกล้าแห่งศรัทธาผลักดันให้ผู้กล้าหาญทั้งหลายมีใจอาจหาญในการตัดสินใจการสร้างวัดนี้ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการดำเนินงานของมูลนิธิธรรมจาริก พร้อมกันนี้สถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ต้อนรับพระสงฆ์อาคันตุกะพระธรรมทูตผู้นำธรรมะสัญจรมาจากทิศทั้งสี่ ดังจะเห็นได้ว่า แม้วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหารนี้ ตั้งขึ้นมาเป็นวัดน้องใหม่เพียงเดือนกว่า แต่ก็มีใจอาจหาญทำการงานมงคลสมโภชต้อนรับเหล่าสงฆ์พุทธบริษัทมาชุมนุมกันร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก นั่นก็เพราะว่า ได้รับความช่วยเหลือ ความเมตตา ความเอ็นดูจากพระมหาเถรานุเถระ สาธุชนผู้ใหญ่ใจดี ผู้มีใจบุญ มากมาย แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนและชื่นชมแสดงมุทิตาธรรม ให้ธรรมะเป็นเครื่องชี้แนะเสนอแนวทางการพัฒนาวัด จึงก่อให้เกิดขวัญกำลังใจ และความปีติ เปรมปรีด์ แก่เหล่าคณะอุบาสกอุบาสิกาผู้ทำงานเป็นอย่างยิ่ง

 เหล่านี้ทั้งมวลทำให้เห็นผลสำเร็จมาถึงปัจจุบันนี้ นั่นเพราะความสามัครสมานสามัคคี ความมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสาธุชนทุกท่านนั่นเอง

 และในโอกาสอันเป็นมงคลสมัยเฉลิมฉลองสมโภชครบรอบกึ่งทศวรรษหรือห้าปี “ธรรมจาริกสังฆวิหาร” นี้ ท่านชายวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ หรือ ท่านอ้น ท่านให้ความเมตตาแก่คณะธรรมจาริกเป็นอย่างยิ่ง ท่านมีเมตตาสละเวลาอันมีค่าของท่านให้เกียรติมาร่วมงานบุญในโอกาสนี้ ซึ่งคณะอุบาสกอุบาสิกาธรรมจาริกทราบ ต่างก็ปีติดีใจเป็นอันมากที่ได้มีโอกาสต้อนรับ ครั้นทราบว่า ท่านมีวันเกิดเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งใกล้เคียงวันคล้ายวันเกิดของท่านในโอกาสนี้ จึงขออนุญาตถือโอกาสทำบุญเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านเพื่อความเป็นศิริมงคลเพิ่มพูนส่งเสริมบุญญาบารมี หากจะว่าไปแล้ว ท่านมีบุญญาวาสนาบารมีมากมายยิ่งแล้ว ดังเห็นได้ว่า ด้วยบารมีของท่านแผ่มาถึงพวกเราท่านทั้งหลายให้ได้มีโอกาสเข้าใกล้ชิดเช่นนี้ และท่านสาธุชนทั้งหลายก็นับว่าเป็นผู้มีบุญมากเช่นกัน ที่จะได้มีโอกาสได้ร่วมทำบุญเข้ากองทุนการศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York ซึ่งเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย ก่อตั้งเพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนไทยได้ระลึกถึงประเทศบ้านเกิดของตัวเอง และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ อันเป็นกองทุนแห่งกุศลเจตนาของท่านเพื่อพัฒนาบุคลากรของสังคมชาติและสังคมโลกต่อไป

 ด้วยปรารภเหตุการณ์งานทั้งสองนี้ อาตมภาพจึงพิจารณาใคร่ครวญแล้ว ใคร่ครวญอีกว่า จะนำบทธรรมบทใดมาสาธยายในโอกาสอันเป็นมงคลเช่นนี้ จึงจะเหมาะสม เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของการสร้างวัดอันเป็นศาสนสถาน บุญเขตสร้างบุญบารมีของเหล่าชาวพุทธและสาธุชนอย่างไม่มีจำกัด และโอกาสเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของบุคคลผู้มีบุญญาธิการ อาตมภาพจึงได้นำบทพรหมจรรย์กถามาสาธยายโดยมีเนื้อหาสาระอรรถาธิบายว่า คำว่า พรหมจรรย์ แปลว่า การประพฤติตัว อย่างพรหม หลักสำคัญในการประพฤติพรหมจรรย์ คือการเว้นจากการเสพเมถุนธรรม เพราะว่าเหล่าพรหมนั้น ไม่มีการเสพเมถุนธรรม หรือสถานะของผู้ยังไม่ได้แต่งงาน ก็เรียกว่า ประพฤติพรหมจรรย์ การเล่าเรียน การออกบวชเพื่อละเว้นเมถุนธรรม ก็เรียกว่า ประพฤติพรหมจรรย์ การประพฤติพรหมจรรย์ในพุทธศาสนานั้นมีมากมายหลายวิธี หลายท่านยังเข้าใจเพียงว่า การประพฤติพรหมจรรย์นั้น หมายถึงการถือเพศนักบวช ต้องโกนศีรษะ โกนคิ้ว ถือเพศแตกต่างจากคฤหัสถ์ อยู่อย่างสันโดษ นุ่งขาว ห่มขาว ถือครองผ้าสีเศร้าหมองเท่านั้น

 หากพิจารณาตามพระบาลีในมงคลทีปนีท่านได้แสดงว่า พฺรหฺมจริยํ นาม ทาน เวยฺยาวจฺจ ปญฺจสีล อปฺปมญฺญา เมถุนวิรติ สทารสนฺโตส วิริย อุโปสถงฺค อริยมคฺค สาสนวเสน ทสวิธํ โหติ ซึ่งแปลว่า ธรรมชาติอันได้ชื่อว่า พรหมจรรย์ มี ๑๐ ประการ คือ ทาน เวยยาวัจจะ เบญจศีล เมตตาอัปปมัญญา เมถุนวิรัติ สทารสันโดษ วิริยะ อุโบสถ อริยมรรค ศาสนา(หรือศาสนธรรม) ดังนั้น ทุกคนสามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นบรรพชิตเท่านั้น โดยหากท่านทั้งหลายได้ประพฤติธรรมะข้อใดข้อหนึ่งข้างต้นเหล่านี้

 ทาน มุ่งการให้ เพื่อสละความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ และความโลภอันเป็นข้าศึกของการประพฤติพรหมจรรย์ การทานนั้น มีการให้ข้าวน้ำ เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ตลอดจนยารักษาโรคแก่คนยากจนและสาธารณประโยชน์ทั่วไป โดยที่สุดแม้กระทั่งสัตว์ดิรัจฉาน

 เวยยาวัจจะ การช่วยเหลือขวนขวายในกิจอันเป็นการกุศลทั่วไป ด้วยจิตอาสาชื่นชมโสมนัส เช่น การสละแรงกายช่วยเหลือผู้อื่นโดยปราศจากความคาดหวังสิ่งใดตอบแทน เพื่อมุ่งหวังให้งานนั้นลุล่วงด้วยดี

 เบญจศีล รักษาศีล ๕ คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในสามีภรรยาผู้อื่น เว้นจากการพูดเท็จ และเว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นเครื่องทำให้ตนเองปราศจากสติ และเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทในการดำเนินชีวิต

 เมตตา อัปปมัญญา การแผ่พรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่บรรดาสรรพสัตว์ทั่วกันโดยไม่มีประมาณ ไม่เพียงแค่คนที่เรารักใคร่ชอบพอกันเท่านั้น โดยยึดหลักอัปปมัญญาธรรม คือ การแผ่เมตตาหวังดีไปให้ทั่วถึง แม้กระทั่งศัตรูคู่อริของตน ก็ปรารถนาให้เขามีความสุขตามอัตภาพแห่งตน ไม่จองเวรภัยต่อกันในภพภูมิภายภาคหน้าอีกต่อไป

 เมถุนวิรัติ การงดเว้นเสพเมถุนธรรมโดยประการทั้งปวง

 สทารสันโดษ ความยินดีพอใจด้วยคู่ครองของตน

 วิริยะ มีความเพียรอย่างแรงกล้า ไม่ย่อท้อต่อการทำกุศลต่างๆ แม้ว่าสิ่งนั้นจะยากลำบากก็ตาม หวังเพื่อจะให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

 อุโบสถ การรักษาศีลอุโบสถประจำวัน ขึ้นหรือแรม ๘ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เป็นการเว้นจากสิ่งที่เป็นข้าศึกของกุศลธรรม ซึ่งมีการงดเว้นอย่างเดียวกับศีล ๕ แตกต่างเพียงข้อสาม เป็นการงดเว้นจากเสพเมถุนธรรม และเพิ่มอีกสามเป็น ๘ ข้อ จึงถือเป็นการปฏิบัติตนอย่างอุกฤษฏ์ยิ่งกว่า

 อริยมรรค การเจริญสมถกัมมัฏฐาน หรือ วิปัสสนากัมมัฏฐานตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อก่อเกิดปัญญาเห็นแจ้งในอริยสัจ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค โดยยึดแนวทางปฏิบัติในอริยมรรค คือ มีความเห็นถูกต้อง มีความคิดถูกต้อง มีวาจาถูกต้อง ทำถูกต้อง มีอาชีพถูกต้อง มีความเพียรถูกต้อง มีสติถูกต้อง และมีสมาธิถูกต้อง

 ศาสนา การประพฤติพรหมจรรย์รวบยอด โดยถือการประพฤติศาสนธรรมด้วยการศึกษาไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา ให้มั่นคง

 จึงสรุปได้ว่าการประพฤติพรหมจรรย์นั้นไม่ได้มีขอบเขตจำกัดเฉพาะเพียงบรรพชิตเท่านั้น แม้ฆราวาสผู้ครองเรือนก็สามารถปฏิบัติได้ หากยึดหลักธรรมสิบประการ โดยยึดปฏิบัติเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็เป็นมงคลแก่ตนและเป็นทางแห่งความสุขในการดำเนินชีวิตตลอดไป ดังนั้น ผู้ปฏิบัติเช่นนี้จึงถือว่าประพฤติพรหมจรรย์เช่นกัน

 ในพรหมจรรย์สิบประการที่ยกขึ้นแสดงนี้ ขึ้นต้นด้วยทาน หากท่านจะยึดปฏิบัติเพียงทานตามทานนิยมนั้น ก็ได้อานิสงส์มากเช่นกัน ทานแม้อานิสงส์มากตามที่ท่านทั้งหลายทราบดีแล้วนั้น แต่อานิสงส์ทานนั้นยังเปรียบเทียบกับการออกบวชเพื่อประพฤติพรหมจรรย์รวบยอดในศาสนาหรือศาสนธรรมไม่ได้

 ดังพระบรมศาสดาของเราทั้งหลาย ครั้งยังเป็นพระเจ้าเนมิราชบำเพ็ญอธิษฐานบารมีทรงได้บริจาคมหาทานอย่างเต็มที่ สมาทานศีล ประพฤติพรหมจรรย์ในวันอุโบสถ พระเจ้าเนมิราชทรงสงสัยว่า ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลานิสงส์มากกว่ากัน ท้าวสักกะทรงทราบวิบากแห่งพรหมจรรย์ จึงตรัสตอบว่า “บุคคลบังเกิดในตระกูลกษัตริย์ เพราะประพฤติพรหมจรรย์อย่างต่ำ บุคคลได้เป็นเทวดา เพราะประพฤติพรหมจรรย์อย่างกลาง บุคคลหมดจดวิเศษ เพราะประพฤติพรหมจรรย์อย่างสูงสุด”

 การได้อุปจารฌาน ทำสมาบัติ ๘ ให้เกิดขึ้นได้ ชื่อว่า พรหมจรรย์อย่างสูง ตามทัศนะของนักบวชในยุคก่อนพุทธกาล หากท่านเหล่านั้นปรารถนาไปเกิดในพรหมโลก เมื่อสิ้นอายุขัยย่อมได้ไปบังเกิดในพรหมโลกอย่างแน่นอน

 แต่ครั้นถึงพุทธสมัย พระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น ภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ รักษาศีลไม่ให้ด่างพร้อย ถ้ายังปรารถนาเทพนิกายอย่างใดอย่างหนึ่ง พรหมจรรย์ของท่านยังชื่อว่าเป็นพรหมจรรย์อย่างต่ำ เมื่อละสังขารไปแล้ว ย่อมสามารถไปบังเกิดในเทวโลกตามที่ปรารถนาได้ ส่วนภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ สามารถยังสมาบัติ ๘ ให้บังเกิดขึ้น ชื่อว่าพรหมจรรย์อย่างกลาง ครั้นละสังขาร ย่อมไปบังเกิดในพรหมโลกได้ตามปรารถนา สำหรับภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ เจริญวิปัสสนาทำอาสวกิเลสให้หมดสิ้น สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ท่านเรียกว่า บรรลุพรหมจรรย์อย่างสูงสุดอย่างแท้จริง ดังพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในสีหนาทสูตรว่า หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปฺปชฺชติ มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ แปลว่า การประพฤติพรหมจรรย์อย่างต่ำ จะได้เกิดเป็นกษัตริย์ การประพฤติพรหมจรรย์อย่างกลาง จะได้เกิดเป็นเทวดา การประพฤติพรหมจรรย์อย่างสูง จะหมดจดวิเศษ กล่าวคือได้บรรลุโลกุตตรธรรม

 เพราะเหตุนั้น พรหมจรรย์จึงเป็นหลักธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำกุศลให้ยิ่งๆ ขึ้นไป และพึงนำมาพิจารณาทุกขณะชีวิตอย่างต่อเนื่อง ดังพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญพรหมจรรย์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อายุของมนุษย์ทั้งหลายนี้ น้อยนัก จำต้องไปสู่สัมปรายภพ ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ สัตว์ผู้เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนที่มีชีวิตอยู่นาน ย่อมเป็นอยู่ได้เพียงร้อยปี หรือจะอยู่เกินไปได้บ้าง แต่ก็มีน้อย” และในอรกานุสาสนีสูตรได้กล่าวถึงความสำคัญของพรหมจรรย์ว่า ชีวิตเป็นของน้อย นิดหน่อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ดังนั้น จึงต้องหมั่นสั่งสมบุญกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะผู้ที่เกิดมาแล้วไม่ตายนั้นไม่มี โดยได้อุปมาชีวิต เปรียบเหมือนหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นมา ย่อมแห้งหายไปได้เร็ว ไม่ตั้งอยู่นานแม้ฉันใด ชีวิตมนุษย์ทั้งหลายเปรียบเหมือนหยาดน้ำค้างฉันนั้นเหมือนกัน นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก พึงถูกต้องเข้าใจด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะสัตว์ที่เกิดแล้วจะไม่ตายไม่มี

 ในสคารวสูตร มีพระพุทธพจน์ตรัสสรุปสาเหตุที่ทำให้ทรงตั้งพระทัยออกบรรพชาเพื่อประพฤติพรหมจรรย์ไว้ว่า “การครองเรือนเป็นฆราวาส คับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี, ส่วนบรรพชาเป็นโอกาสแสงสว่าง; ผู้อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยส่วนเดียวเหมือนสังข์ที่เขาขัดดีแล้วโดยง่ายนั้นไม่ได้ ถ้าไฉนเราพึงปลงผมและหนวด ครองผ้าย้อมน้ำฝาดออกจากเรือน บวชเป็นผู้ไม่มีประโยชน์เกี่ยวข้องด้วยเรือนเถิด”

 จึงสรุปได้ว่า พรหมจรรย์จะประพฤติปฏิบัติอย่างต่ำ อย่างกลาง และอย่างสูง หรือจะยึดปฏิบัติเพียงข้อใดข้อหนึ่งในสิบข้อนั้น ก็จะเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตของเราทั้งหลาย แต่หากจะประพฤติอย่างอุกกฤษ์ พึงยึดปฏิบัติตามแนวทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแล วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหารนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่ประพฤติพรหมจรรย์ของเหล่าบรรพชิตและสาธุชนทุกท่าน ท่านทั้งหลายที่มาแสวงบุญ พึงยึดกำหนดเอาสถานที่แห่งนี้เป็นที่เพาะปลูกบุญ และประพฤติพรหมจรรย์ตามโอกาสอันสมควรแก่ตนเทอญ

 การพรรณนาเนื้อสาระแห่งการประพฤติพรหมจรรย์เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติแห่งสาธุชนทั้งหลายในโอกาสเฉลิมฉลองกึ่งทศวรรษหรือ ๕ ปี ธรรมจาริกสังฆวิหาร และพร้อมกันนี้ได้ปรารภทำบุญวันคล้ายวันเกิด ของท่านชายวัชรเรศร วิวัชรวงศ์

 อาตมภาพพร้อมด้วยพระมหาเถรานุเถระโดยมีพระเดชพระคุณ พระเทพมงคลวิเทศ เป็นประธานในสังฆมณฑลทั้งมวล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ได้บำเพ็ญมา พร้อมเหล่าสาธุชนทั้งหลาย ผู้สมาทานศีลปฏิบัติ ให้ทาน และสดับรับฟังพระธรรมเทศนามาแต่เบื้องต้น ตั้งจิตอธิษฐาน อำนวยพร อวยชัย ให้ศาสนสถานแห่งนี้ มีความเจริญรุ่งเรืองแผ่ไปไกลไพศาล สถิตสถาพรมั่นคงยืนนาน และขอผลานิสงส์แห่งบุญนี้ จงรวมกันเป็นตบะเดชะพลวะปัจจัย ให้ท่านชายวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ จงมีสุขภาพพลานมัยแข็งแรง ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ภยันตรายทั้งปวง เป็นที่รักใคร่เจริญศรัทธาของประชาชนทุกหมู่เหล่า ขอให้เจริญด้วยเมตตาบารมีธรรมและขันติธรรม และขอให้ท่านทั้งหลายในมลฑลพิธีแห่งนี้ จงประสบแต่สิ่งที่พึงปรารถนา เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ พร้อมทั้งปฏิภาณ ธนะสารสมบัติ ทุกทิวาราตรีกาลตลอดกาลทุกเมื่อ

 อาตมภาพได้แสดงพระธรรมเทศนาพรรณนาอัตถะสาระสำคัญการประพฤติพรหมจรรย์มา พอสมควรแก่เวลา เอวํ ก็มี ด้วยประการฉะนี้ฯ 

อัลบั้มภาพ

`