ข่าวสารสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 408) โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา

  • 1 เดือนที่แล้ว
  • pichainart1976

โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา โดย มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ 118/9 บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ( The Project on Dhamma Education Classes for Developing Children, Youth, and Model Families toward Self-Reliance Based on the Philosophy of the King (Sufficiency Economy Philosophy),

by the Mahavichalai Dhamma Foundation,

118/9 Ban Hua Krok, Phaya Yen Subdistrict, Pak Chong District, Nakhon Ratchasima Province, Thailand) ประธานโครงการโดย อาจารย์ ร้อยตำรวจตรี(หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์

1. หลักการและเหตุผล

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในศตวรรษปัจจุบัน เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะสับสนทางความคิด ขาดหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และห่างไกลจากรากฐานแห่งคุณธรรมอันเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน สถาบันครอบครัวซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการหล่อหลอมคุณลักษณะมนุษย์ กลับเผชิญกับแรงกดดันและความเปราะบางมากยิ่งขึ้น

การนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ผสานเข้ากับแนวคิด “ศาสตร์พระราชา” หรือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันเน้นความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามนุษย์ให้มีทั้ง “ปัญญา” และ “คุณธรรม” ควบคู่กัน สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมดุล มีสติรู้เท่าทันโลก และพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ จึงได้จัดทำ “โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา” ขึ้น ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่บูรณาการทั้งด้านธรรมะ การดำเนินชีวิตตามหลักพอเพียง และการฝึกปฏิบัติจริงในบริบทของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ให้สามารถเป็น “ครอบครัวต้นแบบ” ที่มีความพอเพียง อบอุ่น และพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การลงมือปฏิบัติจริง และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

นอกจากนี้ โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงระหว่างวัด บ้าน และสถานศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

ดังนั้น โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษานี้ จึงมิใช่เพียงกิจกรรมการศึกษา หากแต่เป็นกระบวนการ “ปลูกคน สร้างครอบครัว และพัฒนาชุมชน” อย่างเป็นองค์รวม เพื่อวางรากฐานของสังคมที่มั่นคง สมดุล และยั่งยืนสืบไป ……………………………………. โครงการอบรมศีลธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนาแก่เยาวชน (ธรรมศึกษา) ฉบับนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการสาระการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม พุทธประวัติ หลักธรรม และพระวินัย เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ และทักษะทางปัญญา สามารถอธิบายหลักธรรมตามแนวพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

2. วัตถุประสงค์ของโครงการ

“โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา”

1. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่เด็กและเยาวชน ให้มีพื้นฐานจิตใจที่ดีงาม มีสติ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสมในสังคม

2. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืน

3. เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีทักษะชีวิตที่จำเป็น ทั้งด้านการคิด การแก้ไขปัญหา การทำงานร่วมกัน และการดำรงตนอย่างมีความรับผิดชอบ

4. เพื่อสร้างและพัฒนาครอบครัวต้นแบบที่มีความเข้มแข็ง ทั้งด้านจิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม สามารถเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และถ่ายทอดคุณค่าอันดีงามสู่ชุมชน

5. เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวและชุมชน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันบนพื้นฐานของธรรมะและความพอเพียง

6. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้าน “ธรรมศึกษาและการพึ่งพาตนเอง” ที่สามารถขยายผลสู่ชุมชนอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

7. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมให้เกิดความสมดุลทั้งด้านวัตถุและจิตใจ อันนำไปสู่สังคมที่สงบสุขและยั่งยืนในระยะยาว

3. กลุ่มเป้าหมาย

นักเรียนในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

จำนวน 100 คน

4. สถานที่ดำเนินโครงการ

 1. โรงเรียนบ้านคลองยาง

ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 2. โรงเรียนบ้านท่าเลื่อน

ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 3. วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

5. ขอบเขตสาระการเรียนรู้ (ธรรมศึกษา)

“โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา”

เพื่อให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และสามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน จึงกำหนดขอบเขตสาระการเรียนรู้ (ธรรมศึกษา) ไว้ดังนี้

5.1 สาระด้านการเรียนรู้ (ธรรมศึกษา) 1. วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม

 2. พุทธประวัติ

 3. หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

 4. พระวินัยและวินัยในชีวิตประจำวัน

5.2สาระด้านการเจริญสติและสมาธิ

    ฝึกปฏิบัติการมีสติในชีวิตประจำวัน การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม และการรู้เท่าทันอารมณ์ เพื่อเสริมสร้างความสงบภายใน และพัฒนาความมั่นคงทางจิตใจ

5.3 สาระด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

    ศึกษาหลัก “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน” พร้อมเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม และแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

5.4 สาระด้านทักษะชีวิตและการดำรงตน

    พัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา การทำงานเป็นทีม การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีเป้าหมาย

5.5 สาระด้านครอบครัวและชุมชนสัมพันธ์

    ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ปลูกฝังความรัก ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนบนพื้นฐานของธรรมะ

5.6 สาระด้านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing)

    จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติ เช่น งานจิตอาสา การทำเกษตรพอเพียง การจัดการทรัพยากรในครัวเรือน และการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะและประสบการณ์ตรง

5.7 สาระด้านการเป็นต้นแบบและการขยายผล

    พัฒนาศักยภาพผู้เรียนและครอบครัวให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เป็นวิทยากรชุมชน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านธรรมศึกษาและการพึ่งพาตนเอง ⸻

6. รูปแบบและวิธีดำเนินกิจกรรม

6.1 รูปแบบกิจกรรม • การอบรมและบรรยายธรรมโดยพระวิทยากรหรือผู้ทรงคุณวุฒิ

 • การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านการเรียงความแก้กระทู้ธรรม

 • การสนทนาธรรมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 • การฝึกสมาธิ เจริญสติ และการทำจิตใจให้สงบ

 • การสรุปบทเรียนและสะท้อนผลการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วม

6.2 วิธีดำเนินกิจกรรม 6.2.1 การจัดชั้นเรียนธรรมศึกษา

1) จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรธรรมศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงวัย

2) ใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การบรรยาย การสนทนาธรรม การเล่านิทานธรรมะ และกิจกรรมกลุ่ม

3) สอดแทรกการฝึกคิด วิเคราะห์ และการนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้

6.2.2 กิจกรรมฝึกปฏิบัติด้านจิตใจ

1) ฝึกนั่งสมาธิ เดินจงกรม และการเจริญสติในชีวิตประจำวัน

2) จัดกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรม/ค่ายธรรมะ เพื่อเสริมสร้างวินัยและความเข้มแข็งทางจิตใจ

6.2.3 กิจกรรมเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

1) ฝึกปฏิบัติการทำเกษตรพอเพียง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ การจัดการน้ำและดิน

2) เรียนรู้การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดรายจ่ายในครัวเรือน

6.2.4 กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต

1) ฝึกทักษะการคิด การแก้ไขปัญหา และการตัดสินใจ

2) กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

3) ฝึกความรับผิดชอบผ่านภารกิจในชีวิตประจำวัน

6.2.5 กิจกรรมครอบครัวต้นแบบ

1) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเรียนรู้ร่วมกับบุตรหลาน

2) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในครอบครัว

3) พัฒนาครอบครัวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน

6.2.6 กิจกรรมจิตอาสาและบริการสังคม

1) จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เช่น ทำความสะอาดวัด โรงเรียน และชุมชน

2) ปลูกฝังจิตสาธารณะ ความเสียสละ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

6.2.7 การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริง

1) ศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านธรรมะและเศรษฐกิจพอเพียง

2) เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาถ่ายทอดประสบการณ์

6.2.8 การติดตามและประเมินผล

1) ประเมินผลจากพฤติกรรม การมีส่วนร่วม และการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

2) ใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ และการสะท้อนผลการเรียนรู้

3) นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

7. ระยะเวลาและความต่อเนื่องของกิจกรรม

1) ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นรายสัปดาห์/รายเดือน

2) มีการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น ค่ายคุณธรรม หรือกิจกรรมรวมกลุ่มในโอกาสสำคัญ

3) ส่งเสริมให้ผู้เรียนและครอบครัวนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ⸻

8. ระยะเวลาดำเนินโครงการ

ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 31 ตุลาคม 2569

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 จากการดำเนิน “โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา” คาดว่าจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดังนี้

1. เด็กและเยาวชนมีคุณธรรม จริยธรรม และพื้นฐานจิตใจที่ดีงาม มีสติรู้เท่าทันตนเอง สามารถประพฤติปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

2. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

3. เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็น มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา ทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมมากยิ่งขึ้น

4. เกิดครอบครัวต้นแบบที่มีความเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม สามารถดำรงตนอย่างมีคุณค่า และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครอบครัวอื่น ๆ ในชุมชน

5. ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและชุมชนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เกิดความรัก ความเข้าใจ และความเอื้ออาทร ผ่านกระบวนการเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันบนพื้นฐานของธรรมะ

6. เกิดแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้าน “ธรรมศึกษาและการพึ่งพาตนเอง” ที่มีรูปแบบชัดเจน สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆ ได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม

7. สังคมโดยรวมได้รับการพัฒนาให้มีความสมดุล ทั้งด้านวัตถุและจิตใจ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดความสงบสุข ความสามัคคี และความยั่งยืนในระยะยาว

10. ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ

“โครงการชั้นเรียนธรรมศึกษา พัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา”

เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม จึงกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จใน 4 มิติหลัก ได้แก่ ด้านผู้เรียน ด้านครอบครัว ด้านชุมชน และด้านกระบวนการ ดังนี้

10.1 ตัวชี้วัดด้านผู้เรียน (เด็กและเยาวชน)

1) ร้อยละของผู้เข้าร่วมที่มีความรู้ความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้น (ประเมินก่อน–หลัง) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) ร้อยละของผู้เรียนที่สามารถปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรมพื้นฐาน (เช่น ศีล 5) ได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

3) ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมเชิงบวก เช่น ความรับผิดชอบ มีวินัย และมีจิตอาสาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

4) ร้อยละของผู้เรียนที่สามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

5) ระดับความสามารถด้านทักษะชีวิต (การคิด การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม) อยู่ในระดับ “ดี” ขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

10.2 ตัวชี้วัดด้านครอบครัว

1) ร้อยละของครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

2) จำนวนครอบครัวต้นแบบที่สามารถดำเนินชีวิตตามหลักพอเพียงได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างน้อย 10 ครอบครัว (หรือปรับตามบริบท)

3) ระดับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว (ความรัก ความเข้าใจ การใช้เวลาร่วมกัน) ดีขึ้นจากการประเมิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

4) ร้อยละของครอบครัวที่สามารถลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้จากกิจกรรมพอเพียง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

10.3 ตัวชี้วัดด้านชุมชนและการขยายผล

1) จำนวนกิจกรรมจิตอาสา/กิจกรรมเพื่อสังคมที่เกิดขึ้น ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อปี

2) ร้อยละของผู้เข้าร่วมที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

3) เกิดแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้าน “ธรรมศึกษาและการพึ่งพาตนเอง” อย่างน้อย 1 แห่งที่มีการดำเนินงานต่อเนื่อง

4) จำนวนชุมชนหรือหน่วยงานที่เข้ามาศึกษาดูงานหรือขยายผล ไม่น้อยกว่า 2–3 แห่งต่อปี

10.4 ตัวชี้วัดด้านกระบวนการและการบริหารจัดการ

1) ร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินการได้ตามแผนงานที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

2) ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการต่อรูปแบบกิจกรรมและการจัดการ อยู่ในระดับ “ดี” ขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

3) มีระบบการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมทุกระยะ

4) มีการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมจากผลการประเมินอย่างต่อเนื่อง

อัลบั้มภาพ

`